โอมากะเสะ อาหารญี่ปุ่นราคาแพงและมารยาทที่ควรรู้ก่อนรับประทานอาหารมื้ออร่อย

โอมากาเสะ (Omakase) เป็นรูปแบบของร้านอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น โดยมีความหมายว่าเป็นอาหารที่จัดขึ้น “ตามใจเชฟ” โดยคัดเลือกเอาวัตถุดิบตามหน้าฤดูกาลมาปรุงให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด รสชาติที่ได้จึงมีความอร่อยและปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทำให้ผู้รับประทานได้รับความตื่นเต้นและประทับใจนอกเหนือจากความอิ่มท้องนั่นเอง

ก่อนที่คุณจะจองโอมากาเสะ (Omakase) เจ้าที่คุณถูกใจ เรามีกฏและกติกาในการทานโอมากาเสะที่จะช่วยให้คุณลิ้มรสอาหารมื้อพิเศษได้ดียิ่งขึ้น เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำระหว่างคุณและคนพิเศษ

ข้อห้ามในการรับประทานโอมากาเสะเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีมากยิ่งขึ้น

  • อย่าให้ข้าวสัมผัสโชยุเป็นกฏข้อแรกของการทานซูชิเลยทีเดียว ถ้าคุณอยากจะนำซูชิจิ้มโชยุสักเล็กน้อย แนะนำให้หมุนด้านปลาเพื่อจิ้มแทนเพื่อไม่ให้ข้าวแตกและทำให้ซูชิเสียสมดุลไป
  • ห้ามใช้มือทานซาชิมิ ซาชิมิเป็นชิ้นของปลาดิบที่จะทำปฎิกริยาต่อความร้อนของมือเรา ดังนั้นควรจะใช้ตะเกียบทานซาชิมิแทน แต่หากคุณจะทานซูชิก็สามารถใช้มือทานได้ตามปกติ
  • ห้ามทานขิงที่วางไว้พร้อมกับซูชิ ขิงที่เชฟวางมาให้บนจานจะช่วยล้างปากหลังจากที่ทานซูชิเสร็จ ไม่ควรจะทานพร้อมกับซูชิเพราะจะทำให้เสียรสชาติแต่ให้ทานหลังจากที่ทานซูชิบนจานหมดแล้วแทนเพื่อเตรียมพร้อมในการรับรสอาหารจานถัดไปที่เชฟกำลังจะจัดเสิร์ฟให้คุณ
  • อย่าผสมโชยุเข้ากับวาซาบิ เพราะว่าเชฟจะแต้มวาซาบิระหว่างเนื้อปลากับข้าวของซูชิมาให้เรียบร้อยแล้วในจำนวนที่เหมาะสมกับเนื้อปลา หากคุณต้องการวาซาบิเพิ่ม ก็ให้แต้มจำนวนเล็กน้อยลงบนเนื้อปลาแทน
  • ควรทานอาหารให้หมดจานต่อจาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโอมากาเสะ เนื่องจากทางเชฟได้ออกแบบและจัดลำดับการทานอาหารในแต่ละจานของคุณไว้แล้วโดยเรียงจากเมนูที่มีรสชาติอ่อนที่ไปจนถึงเข้มที่สุด ดังนั้นเพื่ออรรถรสในการรับประทานโอมากาเสะจึงควรจะทานอาหารให้หมดตามลำดับที่เชฟจัดเสิร์ฟ

กฏในการทานอาหารญี่ปุ่นนั่นค่อนข้างมีอยู่มากมายโดยเฉพาะอาหารแบบโอมากาเสะที่เชฟใช้แรงใจและความสร้างสรรค์ในการปรุงอาหารออกมาจานต่อจาน อีกทั้งมีราคาแพงอีกด้วย แต่กฏทั้งหลายก็ไม่ยากนักถ้าจะเรียนรู้ จงจำไว้ว่ากฏส่วนใหญ่เป็นมารยาทที่พึงกระทำตามปกติอยู่แล้ว หากคุณรู้สึกว่าทำอะไรผิดไปก็ไม่ต้องไปเครียดมากนักเพราะทางร้านจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าคุณไม่ใช่คนญี่ปุ่นและอาจจะไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมการกินแบบญี่ปุ่นมากนัก ควรการจำกฏไม่กี่ข้อที่จำเป็นก็พอ เพียงแค่นี้ก็จะทำให้คุณเป็นนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจในวัฒนธรรมของประเทศที่คุณมาเยือนและจะได้รับการต้อนรับที่ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

มาทำความรู้จักมหาพีระมิดแห่งกีซา 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ต้องได้ไปเห็นสักครั้ง

มหาพีระมิดแห่งกีซา (Pyramid of Giza) เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีความยิ่งใหญ่อย่างมากและว่ากันว่าหากมีโอกาส เราไม่ควรจะพลาดไปเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักมหาพีระมิดที่ตั้งอยู่ในเมืองเมืองกีเซ่ห์แห่งอียิปต์แห่งนี้ให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณวางแผนไปเที่ยวที่นี่ได้ดีขึ้นและมีรสชาติ ยากที่จะลบเลือน

พีรามิดอียิปต์ สิ่งล้ำค่าจากประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่า 5,000 ปี

เราอาจจะคุ้นชินภาพของพีรามิดอียิปต์ที่ตั้งอยู่ด้วยกัน 3 หลัง แต่มหาพีระมิดแห่งกีซาจะเป็นพีรามิดหลังที่ใหญ่ที่สุด เป็นพีรามิดฟาโรห์คูฟู (Khufu) ซึ่งเป็นฟาโรห์ในยุคราชวงศ์ที่ 4 ใช้เวลาสร้างถึง 20 ปี และมีความสูงเกือบ 500 เมตร (ความสูงจะถูกกัดกร่อนลงมาทุกปีจากลมทะเลทรายและสภาพอากาศที่รุนแรง จนตอนนี้ความสูงเหลือประมาณ 400 เมตรแล้ว) ส่วนพีรามิดอีก 2 หลังที่เหลือจะเป็นพีรามิดคาเฟร (Khafre) และพีรามิดเมนคาอูเร (Menkaure) โดยพีรามิดทั้ง 3 หลังตอนนี้ก็มีอายุกว่า 5,000 ปีแล้ว ด้วยความที่เก่าแก่อย่างมากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทางการอียิปต์จึงได้มีการสร้างยอดพีรามิดจำลองทำจากโครงเหล็กขึ้นมาให้มีความสูงเท่ากับยอดจริงในอดีต

การสร้างมหาพีรามิด ความลับที่แสนยิ่งใหญ่ของขาวอียิปต์โบราณ

มหาพีรามิดกีซ่าเป็นสิ่งปลูกสร้างจากในยุคอดีตที่ทางฟาโรห์ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บพระศพ เป็นพื้นฐานมาจากความเชื่อโบราณของชาวอียิปต์ที่ว่าผู้ที่วายชนม์ไปแล้วจะฟื้นกลับขึ้นมาใหม่เมื่อพระอาทิตย์ฉายแสงในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นการสร้างพีรามิดเพื่อเอาไว้เก็บศพของฟาโรห์ที่นำมาทำเป็นมัมมี่ ทรัพย์สมบัติ รวมถึงบริวารไว้คอยรับใช้พระองค์เมื่อพระองค์ฟื้นคืนชีพกลับมานั่นเอง

การสร้างพีรามิดแห่งนื้ถือว่ายังเป็นปริศนาพอสมควร แต่ว่าจากการสันนิษฐานพบว่าหินแต่ละก้อนผ่านการเจียระไนตกแต่งให้มีขนาดเท่าพอดีและทับซ้อนกันขึ้นไปได้โดยไม่ใช้ตัวเชื่อมใด ๆ และใช้กำลังคนในการค่อย ๆ ขนหินขึ้นไปเรียงกันที่ด้านบนอย่างเป็นระเบียบและไม่มีการใช้เหล็กแต่อย่างใดเพราะว่าในยุคนั้นยังไม่เข้าสู่ยุคเหล็ก เพราะฉะนั้นจึงคาดการณ์ว่าชาวอียิปต์โบราณได้ใช้แท่งทองแดงพันด้วยเชือกเพื่อหมุนแท่งโลหะในการเจาะรูก้อนหิน โดยใช้ผงทรายโรยลงไปเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเจาะนั่นเอง

มหาพีรามิดนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ด้วยวิธีการสร้างที่แสนจะเหลือเชื่อในยุคโบราณและแสดงถึงวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวอียิปต์ยุคโบราณได้เป็นอย่างดี ยังไม่รวมวัตถุโบราณและโลงศพฟาโรห์ที่ตั้งอยู่ภายใน นอกจากนั้น หากคุณมาเยือนที่นี้ ยังจะได้พบสิ่งมหัศจรรรย์อีกอย่างหนึ่งด้วยก็คือมหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) ซึ่งเป็นรูปปั้นหินขนาดใหญ่ สัตว์ลูกครึ่งตามความเชื่ออียิปต์โบราณที่ทำหน้าที่เฝ้ามหาพีรามิดมากว่าพันปี ล้วนแล้วแต่คุ้มค่ามาก ๆ แก่การมาเข้าชม

สถานที่ท่องเที่ยวน่าทึ่งของอินเดีย ประเทศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่นรวมถึงบรรยากาศที่เรียกได้ว่าเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งที่เราเคยสัมผัส ขอแนะนำประเทศอินเดีย ประเทศที่เต็มไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามและน่าทึ่ง มาดูกันดีกว่าว่ามีแลนด์มาร์คไหนบ้างที่ห้ามพลาดเมื่อมีโอกาสได้ไปเยือน

ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักและ 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

หากจะพูดถึง 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีชื่อเสียงที่ดังที่สุดในด้านของความรัก ทัชมาฮาลน่าจะเป็นที่แรกที่เราหลายคนนึกถึง โดยสถานที่นี้ถูกตั้งตามพระนาง Mumtaz Mahal ซึ่งเป็นชื่อภรรยาของกษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์ Mughal ที่ชื่อว่า Shah Jahan ซึ่งพระนาง Mumtaz Mahal เป็นที่รักยิ่งของพระสวามี เมื่อพระนางได้สิ้นพระชนม์ไปหลังจากการคลอดลูกคนที่ 14 ในปี ค.ศ.1631 ท่าน Shah Jahan จึงเสียพระทัยมากและได้สร้างจ้างสถาปนิกเพื่อมาออกแบบสิ่งปลูกสร้างที่สวยงาม ทำจากหินอ่อนแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์ของความรักที่พระองค์มีให้กับพระมเหสี ซึ่งคุณสามารถเดินทางมาชมสิ่งสถาปัตยกรรมที่แสนจะมหัศจรรย์นี้ได้ที่เมืองอาครา ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ประเทศอินเดีย

ช่วงเวลาที่สวยที่สุดที่คุณจะสามารถชมได้เมื่อมาเยือนทัชมาฮาลก็คือช่วงฟ้าสางหรือช่วงพลบค่ำ เพราะว่าจะเป็นตอนที่เงาของทัชมาฮาลจะสะท้อนกับแม่น้ำยมุนา เกิดเป็นภาพที่งดงามราวกับอยู่ในเทพนิยาย

เมืองพาราณสี มหานครศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธและชาวฮินดู

เมืองพาราณสีเป็นเมืองที่มีประวัติโด่งดังมายาวนานกว่า 4,000 ปีและเป็นเมืองแสวงบุญของชาวพุทธและชาวฮินดู โดยเมืองนี้อยู่ในแคว้นกาสี ประเทศอินเดีย เป็นทางผ่านของแม่น้ำคงคา แม่น้ำสายศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวพุทธศาสนิกที่เชื่อว่าพระโพธิสัตว์ทรงประสูตร ณ ที่แห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์อีกด้วย จุดท่องเที่ยวที่แนะนำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนเมืองนี้ได้ไปสัมผัสดูก็มีท่าน้ำทศาศวเมธ ฆาต (Dasaswameth Ghat) ท่าน้ำริมแม่น้ำคงคาขนาดใหญ่ที่สุดและมีความคึกคักตลอดทั้งวันเพราะชาวอินเดียที่นับถือฮินดูหรือพุทธศาสนาจะมาทำพิธีตามความเชื่อต่าง ๆ กันที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นการน้ำดอกไม้มาถวายพระแม่คงคา นำอัฐิมาโปรยลงในแม่น้ำ รวมถึงเอาน้ำมาพรมตัวเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล เทวาลัยทุรคา (Durga Temple) วัดทีสร้างขึ้นมาสำหรับบูชาะเจ้าแม่ทุรคา โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบฮินดูสีแดงและลิงจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในวัด และอีกสถานที่หนึ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือป้อมรัมนาการ์ (Ramnagar Fort) ป้อมนี้จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำคงคา สวยงามด้วยศิลปะแบบโมกุลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมือง ภายในจะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ป้อมรัมนาการ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่สำคัญของประเทศ

พระวิหารฮัรมัรดิร ซาฮิบ (Harmandir Sahib) พระวิหารสีทองศักดิ์สิทธิ์ของชาวซิกข์

เมืองอัมริตสาร์ (Amritsar) เป็นเมืองที่อยู่ในรัฐปัญจาบและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินเดีย อยู่ห่างจากเมืองนิวเดลีประมาณ 400 กิโลเมตร สิ่งที่ทำให้เมืองนี้โดดเด่นก็คือวัฒนธรรมของชาวซิกข์และเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีชื่อเสียงจากเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวอินเดียที่สวนสาธารณะ Jallianwala Bagh ในปี ค.ศ.1919 ที่ประเทศอินเดียประกาศเป็นอิสรภาพจากประเทศอังกฤษ โดยสิ่งปลูกสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองก็คือพระวิหารฮัรมัรดิร ซาฮิบ (Harmandir Sahib) ซึ่งเป็นพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของชาวซิกข์ มีสีทองอร่ามโดดเด่นกลางน้ำ และมีฐานเป็นหินอ่อนสีขาวนวลตา สวยงามทั้งภายนอกและภายในเลยทีเดียว

อินเดียเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและมีความหมายอย่างมากโดยเฉพาะกับชาวพุทธ มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมายอีกทั้งยังไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากคุณเป็นผู้ที่ชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมนต์ขลังและเต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีต จะต้องชื่นชอบประเทศนี้อย่างแน่นอน

รวมสิ่งที่ควรรู้เมื่อไปท่องเที่ยวที่บาหลี เกาะสุดฮิตในอินโดนีเซีย

บาหลีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินโดนีเซียที่ขอบอกว่าตอนนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย เพราะสามารถไปได้ไม่ยาก ไม่ไกลและเต็มไปด้วยน้ำทะเลสวย ๆ เหมาะกับการไปถ่ายรูปเป็นที่สุดเราจึงจะขอนำทริปดี ๆ ที่มีประโยชน์และเหมาะกับการท่องเที่ยวในประเทศนี้มาฝากกัน

แต่งกายให้เรียบร้อยเมื่อไปวัดและเคารพในวิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวบาหลี เพื่อการท่องเที่ยวที่สนุกมากยิ่งขึ้น

บาหลีมีลักษณะเป็นเกาะที่ยังมีความเป็นธรรมชาติไม่ปรุงแต่งได้ค่อนข้างน่าประทับใจ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นคือชายหาดต่าง ๆ และเขาที่ยื่นออกไปในทะเล นอกจากนั้นยังมีวัดที่เป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ ดังนั้นสิ่งแรกที่เราควรจะต้องคำนึงถึงก็คือความเหมาะสมและมารยาทในการไปท่องเที่ยวที่นี้ หากคุณต้องการจะไปเที่ยวที่วัดด้วย ก็ให้เตรียมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่เรียบร้อย เป็นเสื้อผ้าที่ไม่เปลือยไหล่และกุมเข่า เพียงแค่นี้ก็สามารถเข้าวัดสวย ๆ ในบาหลีอย่างเช่นวัด วัดเบซาห์กี วัดทานาล็อตและวัดอูลันดานูบราตันได้แล้ว

ไม่ควรแลกเงินนอกธนาคาร แนะนำให้กดเงินจาก ATM จะได้เรทเงินที่ดีที่สุด

การแลกเงินในอินโดนีเซียก็เป็นเรื่องที่คุณควรจะต้องรู้ไว้ เราไม่แนะนำให้คุณพกเงินสดติดตัวในจำนวนมากเพราะว่าอาจจะเสี่ยงถูกโจรกรรมได้ เราแนะนำให้คุณไปแลกเอาระหว่างที่กำลังท่องเที่ยวจะดีกว่า โดยให้แลกที่ธนาคารเท่านั้นเพราะว่าหากแลกเงินกับเคาน์เตอร์แลกเงินที่ไม่ใช่ของธนาคารอาจจะถูกหลอกให้แลกเงินปลอมได้ หรือหากไม่อยากเข้าธนาคารก็สามารถกดเงินสดออกมาจากตู้ ATM จะสะดวกกว่า อีกทั้งยังได้เรทเงินดีกว่าไปแลกที่โรงแรมที่พักอีกด้วย

เลือกรถแท็กซี่สีน้ำเงินในการเดินทางในบาหลีจะปลอดภัยที่สุด

การเดินทางในบาหลีมีทางเลือกมากมายขึ้นอยู่กับว่าคุณเร่งรีบที่จะไปยังจุดหมายปลายทางมากแค่ไหน โดยมีทั้งมอเตอร์ไซด์ รถจักรยานและรถตู้ รวมถึงการขนส่งสาธารณะอีกด้วย แต่ให้ระวังจะถูกโกงไว้ให้ได้กรณีที่คุณเลือกใช้บริการรถรับจ้างเช่นแท็กซี่ แนะนำให้เลือกโดยสารรถแท็กซี่ที่เป็นสีน้ำเงินและเขียนไว้ที่รถว่า Bali Taxi หรือที่เรียกว่า Blue Bird Taxis ที่ถูกกฏหมายเพื่อความปลอดภัยระหว่างการเดินทางและป้องกันการถูกโก่งราคา

บาหลีเป็นประเทศที่สวยงามและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ในฐานะนักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวและศึกษาสิ่งที่ควรรู้ของประเทศก่อนการเดินทางไปทุกครั้งเพื่อให้การท่องเที่ยวสนุกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และอย่าลืมพกเพื่อนที่รู้ใจกันไปด้วยเพื่อให้ทริปนี้เป็นทริปที่น่าจดจำทริปหนึ่งของคุณและคนที่คุณรัก

ไฮไลท์ใน Garden by the Bay ที่ขอบอกว่าห้ามพลาดเมื่อไปเยือนสิงคโปร์

Garden by the Bay เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ไม่ว่าใครต่อใครก็ต้องรู้จักเมื่อมาสิงคโปร์ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่า เกาะแห่งความบันเทิงขนาดยักษ์ของสิงคโปร์นี้ก็เปิดทำการมาเมื่อปี 2012 นี้เอง โดยมีส่วนการท่องเที่ยวหลักก็คือโดมจัดแสดงพรรณไม้หรือที่เรียกว่า The Cloud Forest, Flower Dome, OCBC Skyway และ Supertree Grove จึงบอกได้ว่าจุดท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนประเทศสิงคโปร์เลยทีเดียว

เดินบน OCBC Skyway สุดหวาดเสียวและชมการแสดงแสงสีที่ Supertree Grove

Supertree Grove ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของสิงคโปร์นอกเหนือจากเจ้ารูปปั้นสิงโตพ่นน้ำ Merlion โดยเป็นสิ่งปลูกสร้างลักษณะเหมือนกับต้นไม้ ดูสวยราวกับอยู่ในหนังเรื่องอวตาร มีอยู่ด้วยกันหลายต้นและมีความสูงลดหลั่นกันไป ตั้งแต่ 25 เมตร จนสูงสุดถึง 50 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากต้นไม้เหล่านี้จะดูสวยมากและเหมาะมาถ่ายรูปเล่นแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นไปเดินบนทางเดินด้านบนของต้นไม้หรือที่เรียกว่า OCBC Skyway เพื่อชมวิวเมืองสิงคโปร์จากมุมสูงได้ในตอนกลางวัน (มีค่าใช้จ่าย) หรือจะเดินทางมาตอนกลางคืนที่จะมีการเปิดไฟสวย ๆ บนต้นไม้ไปทั่วบริเวณเพื่อมาถ่ายรูปเล่นให้หนำใจเลยก็ได้

นอกจากนั้น หากท่านเดินทางมายังบริเวณ Supertree ในตอน 7.45 pm และ 8.45 pm ของทุกวัน จะได้ชมการแสดงแสงสีที่มีชื่อเรียกว่า Garden Rhapsody ได้อีกด้วย

เยี่ยมชมป่าดิบชื้นจำลองที่โดม Cloud Forest

โดม Cloud Forest ก็เป็นโดมแสดงพรรณไม้จากป่าดิบชื้นซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ Garden by the Bay ที่ห้ามพลาด  แนะนำให้คุณเดินทางมาที่นี้ในตอนเช้า ๆ หรือสาย ๆ หน่อยก็จะสามารถหลีกเลี่ยงฝูงชนจำนวนมากได้ เมื่อเดินเข้ามาในโดมนี้ คุณจะตื่นตาตื่นใจกับน้ำตกจำลองขนาดยักษ์ มีความสูงกว่า 35 เมตรและอัดแน่นไปด้วยสีเขียวของพรรณไม้ หากคุณเป็นคนที่ไม่กลัวความสูง ก็สามารถขึ้นลิฟต์ไปด้านบนของน้ำตกได้และค่อย ๆ เดินลงมา (มีทางเดินลงจัดไว้ให้ โดยจะเป็นทางเดินที่มองเห็นวิวของภายในโดมจากมุมสูง) รับรองว่าได้ออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์และหวาดเสียวนิด ๆ ไปพร้อมกันแน่นอน

ตื่นตาตื่นใจไปกับงานแสดงพรรณไม้ที่ Flower Dome

โดมดอกไม้ที่อยู่ข้าง ๆ กับโดม Cloud Forest โดยโดมนี้ได้ถูกบันทึกว่าเป็นสวนเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2015 โดยนักท่องเที่ยวจะได้ชมพรรณดอกไม้มากมาย สีสันสดใสถูกจัดตามธีมที่ทางโดมคิดขึ้นซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันไปตามแต่ละช่วงของปี พร้อมกับงานศิลปะที่มีคุณค่ากับชาวสิงคโปร์

ไฮไลท์ทั้ง 3 อย่างนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Garden by the Bay เท่านั้น เพราะว่าจริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายส่วนที่จัดแสดงงานศิลปะจากศิลปินที่มีชื่อเสียง ธรรมชาติสวยงามและสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กที่น่าตื่นตาตื่นใจ เรียกได้ว่าสิงคโปร์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัวจริง ๆ

ชวนเที่ยวเมืองมะละกา เมืองมรดกโลกจากมาเลเซียอันแสนจะมีเสน่ห์แห่งเอเชีย

มาเลเซียเป็นประเทศที่ไม่ไกลจากประเทศไทยมากนัก แถมยังมีโปรโมชั่นจากสายการบินต่าง ๆ มายั่วให้ลองไปสักครั้ง หากคุณสนใจอยากจะไปเยือนประเทศที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านเรา มีสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิตที่ค่อนข้างจะคล้ายบ้านเราแต่ไม่เหมือนบ้านเราเสียทีเดียว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะลองมาเที่ยวดูหรือไม่ เราจะมาแนะนำหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวของมาเลเซียให้ได้รู้จัก ซึ่งก็คือเมืองมะละกานั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและห้ามพลาดในเมืองมะละกา เมืองมรดกโลกของมาเลเซีย

เมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดในมาเลเซียก็คือ มะละกาซึ่งถือว่าเป็นเมืองเล็ก ๆ ในรัฐทางตอนใต้ของมาเลเซีย อีกทั้งได้รับว่าเป็นเมืองมรดกโลกจาก UNESCO (UNESCO World Heritage) มีสถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงถึงศิลปะวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวของประเทศได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นดัตช์ สแควร์ (Dutch Square) หรือจตุรัสกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยสิ่งปลูกสร้างจากอิฐสีแดง ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจากชาวดัตช์ที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาในอดีต ยองเกอร์ สตรีท (Jonker Street) หรือถนนสายวัฒนธรรมของมาเลเซีย เป็นถนนที่มีตึกรามบ้านช่องเป็นทรงชิโน-โปรตุกีสแสนจะคลาสสิคพร้อมร้านรวงมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เดินช้อปปิ้งอย่างสบายใจ หรือมัสยิดเซลัต (Masjid Selat Melaka) มัสยิดหินอ่อนสีขาวกลางน้ำ ตั้งอยู่บนเกาะปุเลย์ (Pulay) ที่สวยงดงามเป็นอย่างมาก

ถ้าว่างๆ สามารถเดินเล่นชิวๆ ที่แม่น้ำมะละกาหรือโบสถ์เซนต์พอล

หากคุณยังพอมีเวลาเหลือ ก็สามารถไปชมวิวที่แม่น้ำมะละกา (Melaka River) ติดกับถนนยองเกอร์ สตรีท ซึ่งแม่น้ำนี้ในอดีตเป็นท่าของสินค้าที่ขนถ่ายผ่านช่องแคบมะละกาที่มีชื่อเสียงที่สุดในด้านการค้าขายระหว่างประเทศในยุคก่อน แม้ตอนนี้จะไม่ได้มีการใช้งานแล้ว แต่ก็ถือเป็นหัวใจหลักของการท่องเที่ยวในเมืองอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนั้นก็ยังมีโบสถ์เซนต์พอล (St. Paul’s Church) ซึ่งเป็นโบสถ์นิกายโรมัน – คาทอลิคที่มีอายุมากกว่า 500 ปีและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ใครได้มาเยือนเป็นต้องหลงรัก

เที่ยวรอบเมืองแบบฟินๆ ได้โดยการใช้บริการรถสามล้อประจำเมือง

ในการท่องเที่ยวไปรอบเมืองมะละกา คุณสามารถใช้บริการรถสามล้อหรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Rickshaw เพื่อเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวจุดต่าง ๆ ในเมืองได้อย่างมีสีสันมากขึ้น โดยรถสามล้อของที่นี่เค้าจะมีการตกแต่งด้วยไฟสีสันสดใสเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว คุณสามารถเรียกรถสามล้อได้ที่จตุรัสดัตช์แสควร์

ในส่วนของการเดินทางมาที่เมืองมะละกาก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่โดยสารเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานมะละกา (Malacca International Airport) หรือหากวางแผนจะเที่ยวที่สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ของมาเลเซียด้วยก็สามารถเดินทางไปที่ท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur International Airport) และไปขึ้นรถบัสต่อที่สถานีขนส่งเบอร์เซปาดู เซอลาตันเพื่อไปยังเมืองมะละกา เพียงแค่นี้คุณก็จะได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองมรดกโลกแห่งนี้แล้ว

นั่งชิวพร้อมได้รูปสวยๆ ยาวไปกับคาเฟ่สุดชิคริมทะเล ขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

สุขได้เล่าจะเท่ากับการเดินทางไปนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด ในร้านบรรยากาศสวย ๆ เงียบสงบ สามารถถ่ายรูปและพักผ่อนได้โดยไม่ต้องเร่งรีบในวันหยุด วันนี้เรามีคาเฟ่สวย ๆ สุดชิค ริมทะเล ที่จะทำให้คุณสามารถสูดกลิ่นอายน้ำทะเลสดชื่นและเอาเท้าสัมผัสกับทรายนุ่มละเอียด แสนผ่อนคลายแถมไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มาก ใช้เวลาขับรถแค่ 2-3 ชั่วโมงมาฝาก มีที่ไหนบ้าง มาดูกันเลย

1d+ Day Artist หัวหิน คาเฟ่เรือตังเก ตกแต่งแบบเรียบง่ายและร่วมสมัย

คาเฟ่ 1d+ Day Artist เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่แถวหัวหิน-ปราณบุรี อยู่ติดกับทะเลที่มีความเงียบสงบที่จะต้องขับเข้าไปในซอยลึกสักหน่อย แต่ขอบอกว่าคุ้มค่ากับการเดินทางมาก ๆ ทางร้านตกแต่งเรียบง่าย ไม่ได้ใช้อุปกรณ์อะไรมากนักและแฝงไปด้วยสไตล์โมเดิร์น คุณจะได้เห็นวิวทะเลที่สวยงามและไม่มีอะไรมาบดบัง มีเพียงกระโจมเล็ก ๆ ที่ใช้เชือกขึงและคอนเทนเนอร์สไตล์ลอฟต์ ในส่วนของอาหารก็มีอาหารฟิวส์ชั่นให้เลือกทานมากมาย ข้าวไข่ข้นต้มยำกุ้ง, แกงส้มประจวบเหมาะและหมูย่างคั่วเกลือ รวมถึงเครื่องดื่มสมูทตี้อร่อย ๆ ที่เค้าเอาเนื้อผลไม้มาปั่นเต็ม ๆ ทั้งแตงโม สัปปะรดและมะม่วง

ที่อยู่ เขาเต่า หัวหิน ตำบล ปากน้ำปราณ อำเภอ ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ 77220

เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 น.  – 22.00 น.

Tutu Beach พัทยา คาเฟ่เปิดใหม่ สีชมพูสุดฟรุ้งฟริ้งและพรอพน่ารักจัดเต็ม

Tutu Beach เป็นทั้งที่พักและคาเฟ่ที่เปิดใหม่ล่าสุด ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะตั้งอยู่ริมทะเลและมีการตกแต่งสไตล์คาราวาน พร้อมเบาะนั่งกลางหาดทรายและร่มสีชมพูสีสดใส เห็นแล้วรู้สึกน่ามาถ่ายรูปเหลือเกิน นอกจากนั้นยังตั้งอยู่บริเวณหาดจอมเทียนของพัทยาที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วย ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งอาหารทานเล่นและเครื่องดื่มผลไม้ปั่นเหมาะกับบรรยากาศชายทะเลเป็นอย่างมาก เตรียมท้องและเมมโมรี่กล้องของคุณมาให้พร้อม เพราะรับรองว่าได้รูปกลับไปเยอะแยะแน่นอน

ที่อยู่ 8/8 ซอย นาจอมเทียน 10 ตำบล นาจอมเทียน อำเภอ สัตหีบ ชลบุรี

เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 น.  – 22.00 น.

Skoop Beach Café หัวหิน คาเฟ่ริมทะเลที่จะให้คุณพักผ่อนกับลมและเสียงคลื่น

คาเฟ่สุดน่ารักและตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยการใช้สีหลักอย่างสีขาวและสีน้ำเงิน แต่ดูแล้วผ่อนคลายหัวใจเหลือเกินเหมือนอยู่ท่ามกลางงาน Carnival แสนน่ารักและสดใส เหมาะกับการนั่งพักผ่อนบนเบาะกลางทรายให้เท้าสัมผัสทรายนุ่ม ๆ ในส่วนของอาหารจะเป็นขนมหวานอย่างวาฟเฟิล ไอศครีมและเครื่องดื่มผลไม้ปั่น ตกแต่งน่ารักและถ่ายรูปออกมาดีมาก

ที่อยู่ ซอยหมู่บ้านเขาตะเกียบ ในโครงการ Veranda Residence Hua-Hin (สุดชายหาดเขาตะเกียบ) ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 น.  – 20.00 น.

เปิดประสบการณ์ทานร้านอาหารรสชาติอร่อยพร้อมกับวิวตระการตาแห่งเกาะมัลดีฟส์

มัลดีฟส์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของใครหลาย ๆ คนที่ชื่นชอบหาดทรายนุ่มละเอียด น้ำใสราวกับคริสตัลพร้อมกับบรรยากาศเงียบสงบของชายทะเล แน่นอนว่าในมัลดีฟส์มีรีสอร์ทที่พักให้เลือกมากมายตามแต่ละเกาะ รวมถึงมีให้เลือกด้วยกันหลากหลายเรทราคา วันนี้แนะนำร้านอาหารสุดยอดแห่งเกาะมัลดีฟส์ที่บอกได้เลยว่าน่าสนใจไม่แพ้กับโรงแรมที่พักเลยทีเดียว

Ithaa Undersea Restaurant ร้านอาหารใต้น้ำที่รีสอร์ท Conrad Hilton แห่งเกาะ Rangali

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิวสวย ๆ แกล้มการรับประทานอาหารแบบไม่ซ้ำใคร ลองมาทานอาหารใต้น้ำกันดูไหม ที่รีสอร์ท Conrad Hilton บนเกาะ Rangali บน South Ari Atoll โดยร้านอาหารนี้จะเสิร์ฟอาหารสไตล์ยุโรปที่ระดับ 5 เมตรใต้ระดับน้ำทะเลจนทำให้มีชื่อเล่นเรียกว่ามารดาแห่งไข่มุก (Mother of pearl) มีคอร์สอาหารทั้งหมด 6 คอร์สให้เลือกไม่ว่าจะเป็นไข่ปลาคาเวียร์กับแพนเค้ก blinis มันฝรั่งซาวครีม ปลาหางเหลืองกับริซอตโต้แชมเปญหญ้าฝรั่นและโฟมเนยเบอร์บล็อง ตบท้ายด้วยไอศครีมวานิลาช็อกโกแลตกับมะม่วงเชอร์เบท หากคุณโชคดี คุณอาจจะมีโอกาสได้เห็นปลาฉลามครีบดำหรือปลากระเบนแมนตาแหวกว่ายผ่านแนวปะการังแบบใกล้ชิดก็ได้

ร้านอาหารทะเลสดๆ ในบรรยากาศใต้ทะเล Muraka ในเกาะ Mirihi ที่รีสอร์ท Mirihi Island

ร้านอาหารสุดหรูที่อยู่ใน Mirihi Island Resort แห่ง South Ari Atoll ร้านอาหารตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยไม้ ตั้งอยู่ริมสนามบินน้ำของเกาะ โดยร้านอาหารนี้จะเสิร์ฟอาหารนานาชาติ เน้นเป็นอาหารทะเล อย่างเช่นทูน่าลอยน์ปรุงด้วยพริกไทยสีชมพูกับผักกาดกวางตุ้งทอดและเกี๊ยวกรอบมันฝรั่ง หรือจะเลือกทาน ซุปบิสค์ล็อบสเตอร์กับสลัดมะละกอและน้ำสลัดเมล็ดมะละกอ นอกจากนั้นยังมีปลาสด ๆ มากมายมาให้แขกเลือกสรรแล้วแต่ว่าร้านจะได้ปลาอะไรมาในแต่ละวัน โดยร้านอาหารจะมีในส่วนที่เป็นส่วนกระจกใส ทำให้แขกสามารถชมวิวใต้ทะเลที่เหมือนกับล้อมรอบด้วยตู้ปลาขนาดยักษ์เลยทีเดียว

The Sea House ร้านอาหารสไตล์เอเชียราคาไม่แพงบนท่าเรือเฟอรี่ Hulhumale

ตั้งอยู่ที่ชั้นแรกของท่าเรือเฟอรี่ Hulhumale โดยร้านอาหาร The Sea House ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่วิวสวยที่สุดของเกาะ โดยเป็นโซนแบบ Open-air ที่จะให้แขกได้ชมวิวอ่าว Malé (Malé’s harbor) มหาสมุทรอินเดียและลากูนสวย ๆ ได้อย่างเต็มอิ่มแบบพาโนราม่ากันไปเลย นอกจากนั้นอาจจะได้เห็นเครื่องบินบินออกจากสนามบินของเกาะที่อยู่ข้าง ๆ อย่างเกาะ Hulhule โดยนอกจากอาหารสไตล์เอเชียอร่อย ๆ ในราคาที่สมเหตุสมผลอย่างส้มตำและแกงเขียวหวานแล้ว ร้านนี้ยังมีเครื่องดื่ม mocktail ชื่นใจซาบซ่าแบบไม่มีแอลกอฮอล์ให้ได้ดื่มกันระหว่างที่ชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือหากคุณไม่ชอบทานเผ็ดจัด จะสั่งอาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิซึ่งมีเสิร์ฟในตอนสาย ๆ หรืออาหารเช้าแบบพื้นเมืองมัลดีฟส์ที่ทำจากทูน่า มะพร้าว หัวหอม พริกและมะนาวก็ได้

ร้านอาหารในมัลดีฟส์ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในการท่องเที่ยวในมัลดีฟส์ที่ถือว่าสามารถสร้างสีสันให้กับทริปการพักผ่อนของคุณได้มากเลยทีเดียว หากคุณได้ไปเที่ยวใกล้ ๆ ร้านอาหารเหล่านี้ อย่าลืมลองแวะไปทานกันนะ

เยือนตลาดค้าส่งปลาแห่งใหม่ของเมืองโตเกียว ตลาดปลา Toyosu

จากที่เราเคยทราบข่าวกันดีกว่าตลาดปลาชื่อดังขนาดใหญ่และเก่าแก่ของเมืองโตเกียวอย่างตลาดปลา Tsukiji ได้ปิดตัวลง ทางญี่ปุ่นก็ได้เปิดตัวตลาดค้าส่งปลาและอาหารทะเลแห่งใหม่อย่างตลาดปลา Toyosu ที่มีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ตลาดปลาที่แรก มีขนาดกว่า 407,000 ตารางเมตร มีความเป็นระเบียบแถมยังมีอะไรให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันเพลิน ๆ และได้ความรู้นอกเหนือไปจากการมาช้อปข้าวของเครื่องใช้ เครื่องปรุงวัตถุดิบญี่ปุ่นและรับประทานอาหารญี่ปุ่นขั้นเทพอีกด้วย โดยตลาดจะแบ่งออกด้วยกันเป็น 3 ส่วน มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

ตึกประมูลปลาในร่มขนาดใหญ่ Fish Wholesale Market Building

จุดประสงค์หลักหนึ่งของตลาดปลา Toyosu แห่งนี้ก็คือเป็นแหล่งประมูลปลาทูน่า โดยเขาจะเปิดประมูลปลาทูน่ากันที่ตึกนี้อย่างเป็นสัดส่วนและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างมาก มีส่วนประมูลด้านล่างซึ่งเปิดให้ผู้ประมูลปลาได้เข้าร่วมการประมูล ส่วนสำหรับนักท่องเที่ยวจะแบ่งเป็น 2 ส่วนก็คือด้านล่างที่เป็นกระจกกั้นและด้านบนที่เป็นหน้าต่างกระจก โดยทั้ง 2 ส่วนนี้จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมการประมูลปลาได้อย่างใกล้ชิด แต่ว่าหากอยากจะเข้าชมจริง ๆ ควรจะต้องเตรียมการสอบถามล่วงหน้าว่ามีการเปิดให้เข้าชมหรือไม่เพราะบางครั้งนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมการประมูลปลาทั้งจากนอกกระจกด้านล่างและจากหน้าต่างบานกระจกด้านบนและจะต้องทำการจองล่วงหน้าอีกด้วย

รับประทานอาหารจากร้านอาหารญี่ปุ่นขั้นเทพที่ตึก Fish Intermediate Wholesale Market Building

หลังจากที่ดูการประมูลปลาไปอย่างจุใจแล้ว หากท้องเริ่มจะหิวก็สามารถเดินทางมายังในส่วนของตึก Fish Intermediate Wholesale Market Building ซึ่งเป็นตึกที่เต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ย้ายมาจากตลาดปลาแห่งเก่าอย่างร้าน Sushi Dai และยังมีร้านอื่น ๆ อีกเพียบกว่า 22 ร้าน และที่ชั้นบนสุดของตึกหรือชั้น 4 จะมีร้านขายอุปกรณ์และเครื่องครัวต่าง ๆ ของญี่ปุ่นให้เลือกซื้อกลับบ้านมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจาน ชามหรือมีดคมกริบสำหรับหั่นปลาและเนื้อ รวมถึงวัตถุดิบสำหรับทำอาหารอย่างเช่น วาซาบิ ไข่หวานที่สามารถซื้อทานเล่นระหว่างที่กำลังเดินช้อปปิ้งและปลาแห้งต่าง ๆ

ซื้อผักและผลไม้สดๆ จากฟาร์มในญี่ปุ่นที่ตึก Fruit and Vegetable Market Building

ที่ตลาดปลา Toyosu ไม่ได้มีแค่การประมูลปลาอย่างเดียว แต่ก็มีการประมูลผักและผลไม้กันด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมการประมูลผักกันได้จากทางบานกระจกเช่นเดียวกับตึกประมูลปลา พร้อมทั้งมีร้านอาหารชื่อดังอีกหลายร้านที่แบ่งมาตั้งอยู่ที่ตึกนี้อย่างเช่น Sushi Daiwa ซึ่งอร่อยไม่แพ้ Sushi Dai เลยล่ะ คอนเฟิร์ม

หลาย ๆ คนเมื่อทราบว่าตลาดปลา Tsukiji ได้ปิดตัวลงก็อาจจะรู้สึกเสียดาย เพราะว่าเป็นตลาดปลาที่มีสีสัน มีอาหารญี่ปุ่นอร่อย ๆ ราคาไม่แพงหลายร้านให้เลือกซื้อทานกัน แต่ขอบอกว่าตลาดปลาแห่งใหม่นี้เขาเอาทุกอย่างที่ทุกคนชื่นชอบกันที่ตลาดปลาแห่งเก่ามาตั้งไว้อย่างจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายวัตถุดิบญี่ปุ่นที่หาซื้อได้ที่อื่นค่อนข้างยากและขายอุปกรณ์ทำครัวญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีการจัดโซนให้เป็นระเบียบขึ้น อยู่ในร่ม เดินสบาย ติดกับรถไฟฟ้าและ Skywalk รับรองว่าคุณจะต้องชอบที่นี่ไม่แพ้กับตลาดปลาแห่งเก่าอย่างแน่นอน

มาตั้งเป้าหมายการเดินท่องเที่ยวปี 2020 กันเถอะ

เดี๋ยวนี้สายเที่ยวเขาตั้งเป้ากันยาวๆ จะได้มีเวลาเก็บเงินและมีเวลาวางแพลนการเดินทางและการหาที่พัก คาดว่าโซนยุโรป โดยเฉพาะบรรดาเมืองขึ้นชื่อทั้งหลาย หลายคนไปมาบ้างแล้ว บางคนอาจไปหลายครั้งจนอาจจะเบื่อแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงปีหลังๆ มานี้ เราจึงเริ่มเห็นว่าเราไปเที่ยวในสถานที่ที่มันทรหศมากขึ้นและเดินทางลำบากกว่าเมืองโรแมนติกที่คุ้นเคยหลายเท่านัก และนี่คือ 4 จุดหมาย ที่อยากไปให้ได้ในเร็วๆ นี้

Everest Base Camp ประเทศเนปาล

                เห็นเขาไป Trekking ที่เนปาลแล้วก็อยากไปบ้าง เห็นเขาว่ากันว่าเป็นการเดินเท้าไปถึง base camp ที่ความสูงประมาณ 5,000 เมตร (ซึ่งยอดเขาเอเวอเรสต์สูง 8,800 เมตร) ระหว่างทางวิวสวยมากและยังจะได้สัมผัสวิถีชาวภูเขาด้วย ฟังแบบนี้แล้วกระตุ้นความอยากไปมากๆ เลย ซึ่งการจะไปแบบนี้ต้องเตรียมตัวอย่างดี เตรียมร่างกายให้แข็งแรง เตรียมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น เนี่ย…มันต้องไปซักครั้งให้ได้

Rush Lake Trek ประเทศปากีสถาน

                คนรู้จักไปมา เห็นภาพแล้วมันดีงามมากเลย นอกจากการเดิน trekking แบบลุยๆ ที่เราชอบแล้ว ภูมิประเทศที่ปรากฎมันสวยมาก เขาบอกว่าต้องเดินตามเส้นทางที่ข้ามธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ Hopper Glacier ต่อด้วย Barpu Glacier, Black Glacier, White Glacier มันมีทั้งความแห้งแล้ง ความหนาวเย็น และความเขียวขจีสวยงามที่ซ่อนอยู่ เหมือนความรู้สึกเวลาเราได้ยินคำว่าปากีสถานนั่นแหล่ะ มันฟังดูอันตรายนะ แต่ในความอันตรายมันก็มี Rush Lake Trek ซ่อนอยู่

อิตตอกกอร์ตูมีต กรีนแลนด์

                เพราะนึกถึงความรู้สึกเป็นอิสระและการปลดปล่อยความเป็นตัวเอง ในหนังเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty และวิวในฉากนั้นรวมถึงวิว landscape เจ๋งๆ ในเรื่องก็ติดตาตรึงใจมาตลอด กรีนแลนด์จึงเป็นตัวแทนของสถานที่แห่งนั้นที่เราอยากจะไปสัมผัสซักครั้ง โดยเมืองจุดหมายที่จะไปคืออิตตอกกอร์ตูมีต (Ittoqqortoormiit) หมู่บ้านชาวประมงที่สงบเงียบ เขาว่ากันว่าสามารถมองเห็นแสงเหนือได้จากหน้าต่างที่พักด้วยนะ และธรรมชาติของที่นั่นก็อัศจรรย์มาก ความจริงถ้าไปถึงกรีนแลนด์ไม่ได้ จะตั้งเป้าให้ตัวเองไปแค่นอร์เวย์ สวีเดน หรือไอซ์แลนด์ก็พอแล้ว แต่จะไปทั้งทีมันต้องไปที่ที่อยากไปที่สุดก่อนดิ ว่าไหม!

Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์

                ท้ายสุดแล้วจะไปไหน ก็ต้องย้อนกลับมาดูเงินในกระเป๋าด้วยจ้า อีกหนึ่งจุดหมายที่คงไม่ได้โหดและแพงเท่า 3 จุดหมายด้านบน และก็อยู่ในลิสต์รายชื่อเมืองที่อยากไปมานานแล้วก็คืออัมสเตอดัมนั่นเอง เป็นเมืองรักโลกรักสิ่งแวดล้อม เมืองจักรยาน คลองสวย ผู้คนรักโลกและรักสุขภาพ สองสามปีที่ผ่านมาการเดินทางท่องเที่ยวยุโรปที่วางแผนไม่ค่อยดี ทำให้พลาดเมืองนี้ทุกครั้ง ถ้าได้ไปกะว่าจะปักหลักที่นี่ซักสองสามวัน ปั่นจักรยานซักหนึ่งวัน เดินชมดอกไม้จิบกาแฟซักหนึ่งวัน และก็ช้อปปิ้งซักหนึ่งวัน ฟังดูเหมือนชีวิตดีจัง ถ้าจะทำได้แบบนั้น ก็ต้องขยันทำงานมากขึ้นเยอะเลยนะ

                สถานที่ที่เลือกมามีทั้งโหดมาก โหดน้อย ซึ่งถ้าเลือกแล้วว่าจะไปต้องเริ่มวางแผนและเตรียมตัวกันยาวๆ เลยล่ะ และนี่ก็คือเป้าหมายสำหรับ Next Trip ของพวกเรา เป็นการกำหนดเส้นทางใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ…เพราะชีวิตคือการเดินทาง อยากรู้ว่าเป็นยังไง เราต้องไปค้นหาเองนะ

เครดิตภาพ: https://pixabay.com/photos/tasiilaq-greenland-east-greenland-892503/